เรียน ท่านเจ้าของกิจการและผู้บริหารทุกท่าน
ผ่านพ้นยุคเริ่มต้นของการค้าขายออนไลน์มาไกลพอสมควร นับตั้งแต่เริ่มมีอินเทอร์เน็ต กลยุทธ์การค้าขายออนไลน์ก็ได้ปรับกระบวนทำให้มีศักยภาพเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ที่นับวันจะยิ่งรุดหน้าไปเรื่อยๆ อย่างรวดเร็วและไร้ที่สิ้นสุด เป้าหมายไม่ได้เพียงเพราะผลกำไรที่คุ้มค่าต่อการลงทุนแต่เพียงอย่างเดียว แต่เจ้าของกิจการยังต้องทำงานหนักเพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมให้ภักดีและคงอยู่อย่างเหนียวแน่นต่อสินค้าและบริการอีกด้วย
หนึ่งในกลยุทธ์ทางการตลาดซึ่งไม่ว่าจะยุคไหนก็ยังคงใช้ได้ผลก็คือ
การตลาดแบบปากต่อปาก หรือ “ Viral Marketing ” นั่นเอง |
“ Viral Marketing ” คือ การตลาดที่ทำให้เกิดกระแส “ Word of Mouth ” ( WOM ) หรือ กระแสการบอกต่อ ส่งผ่านข้อมูลจากเพื่อนสู่เพื่อน หรือจากคนที่เรารู้จัก บอกต่อกันไปเรื่อยๆ จากที่ผ่านมา การทำการตลาดออนไลน์แบบปากต่อปากยังขาดเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ จะมีก็แต่ “ฟอร์เวิร์ดเม ล์ ” ( Forward Mail ) หรืออีเม ล์ ที่ถูกส่งต่อกันเป็นทอดๆ ไปถึงลูกค้าเท่านั้น แม้ในบางครั้งฟอร์เวิร์ดเม ล์ จะให้ผลตอบรับที่ดี แต่หลายครั้งการใช้ฟอร์เวิร์ดเม ล์ กลับทำให้ผู้ที่ใช้เครื่องมือสื่อสารทางการตลาดตัวนี้ต้องทำการบ้านหนักมากขึ้นกว่าเดิม เพราะการบอกต่อด้วยวิธีนี้ จะดำเนินไปอย่างล่าช้าและมักจะสิ้นสุดลงในเวลาอันสั้น ยกเว้นแต่ว่าเรื่องนั้นๆ เป็น Talk of The Town จริงๆ เท่านั้น

“ทวิตเตอร์” กลายเป็นเครื่องมือการตลาดออนไลน์แบบปากต่อปากตัวใหม่ ที่สร้างความตื่นตะลึงให้กับผู้คนทุกวงการที่ใช้อินเทอร์เน็ต จุดเด่นของ “ทวิตเตอร์” อยู่ที่การโพสต์ข้อความขนาดไม่เกิน 140 ตัวอักษร บอกกล่าวความเป็นตัวตน บ้างก็พูดกับตัวเอง บ้างก็พูดถึงคนอื่น หรือเอาข้อความของคนอื่นไปบอกต่อไปเรื่อยๆ อย่างไม่สิ้นสุด ตอกย้ำวิถีแห่งการสื่อสารรูปแบบใหม่ ( New Social Media ) ที่ทำให้คนทั้งโลกใกล้ชิดกันอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
สำคัญที่สุด “ทวิตเตอร์” ไม่เพียงส่งสารไปถึงผู้รับ แต่ยังทำให้ผู้ส่งสารที่เป็นเจ้าของสินค้าหรือบริการได้ยินเสียงตอบรับ และ Feedback จากลูกค้า นำมาซึ่งการปรับปรุงยุทธวิธีทางการตลาดได้อย่างถูกต้อง และตรงประเด็นที่สุด
การตลาดแบบปากต่อปากด้วย “ทวิตเตอร์” ถูกนำไปใช้จนประสบความสำเร็จสูงสุดกับแบรนด์ดังชั้นนำระดับโลกอย่าง Dell, Starbucks, Pepsi, Burger King, Dunkin' Donuts, Kodak, Chevrolet, Ford, Jet Blue, General Motors และแบรนด์ดังอื่นๆ อีกมากมาย แม้แต่คนดังระดับโลกอย่าง Barack Obama, Al Gore, Britney Spears, Mariah Carey ก็ยังหันมาใช้ทวิตเตอร์เพื่อสร้างฐานแฟนๆ ได้อย่างมากมาย และยังสามารถครองใจแฟนคลับเหล่านั้น ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น Ashton Kutcher ดาราและนายแบบ มีผู้ติดตามอ่านทวิตเตอร์กว่า 3,859,452 คน และ Oprah Winfrey ผู้ดำเนินรายการทอล์ ก โชว์ชื่อดัง มีผู้ติดตาม 2,449,350 คน ลองนึกดูว่าหากข้อความ 140 ตัวอักษรที่ส่งไปถึงแฟนๆ ถูกส่งต่อกันไปเรื่อยๆ อีกหลายทอด จำนวนผู้ที่อ่านข้อความนั้นก็จะทวีเป็นหลายสินล้านคนเลยทีเดียว !
 |
 |
| “ทวิตเตอร์” ของคุณก็มีผู้ติดตามอ่านเป็นล้านๆ คนได้ ถ้ามีกลยุทธ์จาก “งานสัมมนา TWTCON BKK 09 ” นี้ ได้ระดมผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดระดับแนวหน้าของเมืองไทย ที่ใช้ “ทวิตเตอร์” เป็นเครื่องมือสื่อสารทางการตลาด ซึ่งจะมาเผยเคล็ดลับ พร้อมนำเสนอประสบการณ์แห่งความสำเร็จด้วยกลยุทธ์ที่ไม่เคยได้ถ่ายทอดที่ไหนมาก่อน |
|
|


|